My Blog
My WordPress Blog

3 ห้องในบ้านที่ต้องไม่ละเลย อาจส่งผลต่อสุขภาพ December 1, 2017

รองอธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า วันที่ 21-27พฤศจิกายน 2560 ของทุกปีได้กำหนดให้เป็นสัปดาห์รณรงค์ทำความสะอาดแห่งชาติเพื่อส่งเสริมให้ประชาชนทำความสะอาดบ้านตามหลักสุขาภิบาล ส่งเสริมพฤติกรรมสุขอนามัยในครัวเรือนที่ถูกต้อง

ซึ่งบ้านทุกหลังควรทำความสะอาดและจัดข้าวของให้เป็นระเบียบ เพื่อความปลอดภัย โดยเก็บของมีคมหรือสารเคมีในที่เหมาะสม พ้นจากมือเด็ก ตรวจตราเครื่องใช้ไฟฟ้า สายไฟ ให้อยู่ในสภาพดีพร้อมใช้งานอยู่เสมอและจัดเก็บให้เป็นระเบียบ หมั่นทำความสะอาดบ้าน ปัดกวาด เช็ดถูไม่ให้มีฝุ่นละออง โดยเฉพาะห้องนอนซึ่งเป็นที่ซ่อนไรฝุ่นด้วยการซักผ้าปูที่นอน ปลอกหมอน อย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง เพื่อป้องกันโรคภูมิแพ้และโรคผิวหนัง
ห้องครัวต้องจัดเก็บอาหารแห้ง อาหารสด ผัก ผลไม้ ในที่ที่เหมาะสม เช่น ตู้เย็น ตู้กับข้าว ต้องมีภาชนะปิดอาหารที่ปรุงสุกแล้ว พื้นครัวต้องหมั่นเช็ดถูทำความสะอาด ไม่ให้มีเศษอาหารหรือคราบไขมันบนพื้น ควรทิ้งหรือกำจัดเศษอาหารทุกวัน เพื่อไม่ให้เป็นอาหารของสัตว์พาหะนำโรค สำหรับห้องส้วม หมั่นทำความสะอาดพื้นไม่ให้มีตะไคร่น้ำจับหรือมีผงแป้ง คราบสบู่แชมพู เพื่อป้องกันอันตรายจากการลื่นล้ม รวมทั้งสร้างพฤติกรรมสุขภาพที่ดี เช่น การใช้ส้วมที่ถูกสุขลักษณะ ทิ้งขยะลงในถัง เป็นต้น

นพ.ดนัย กล่าวอีกว่า หลักการทำความสะอาดบ้านมี 5 ขั้นตอน คือ 1.เก็บสิ่งของเครื่องใช้ภายในบ้าน โดยจัดวางของที่จำเป็นให้เป็นระเบียบ ง่ายต่อการนำไปใช้ และไม่ควรเก็บสะสมสิ่งของที่ไม่จำเป็นไว้จนเกินสมควร เพื่อป้องกันการสะสมของฝุ่นละอองและสิ่งสกปรก 2.กวาดหยากไย่ ฝุ่นละออง และเศษขยะทั้งภายในบ้านและบริเวณโดยรอบ 3.เช็ดถูคราบสกปรก ทำความสะอาดให้ทั่วถึง 4.ล้างทำความสะอาดส้วมสม่ำเสมอ และ 5.คัดแยกขยะ ตามประเภท ได้แก่ ขยะอินทรีย์ เช่น เศษอาหาร เศษผัก ผลไม้ เป็นต้น

โดยเก็บใส่ถุงที่ไม่ฉีกขาดง่าย ไม่รั่วซึมมัดปากถุงให้แน่นหรือนำไปทำปุ๋ยหมัก น้ำหมักชีวภาพ แก๊สชีวภาพ ส่วนขยะรีไซเคิล เช่นแก้ว กระดาษ ขวดพลาสติก โลหะให้เก็บรวบรวมเพื่อนำไปจำหน่ายสำหรับขยะอันตราย เช่น ถ่านไฟฉาย แบตเตอรี่ หลอดไฟ ให้เก็บในภาชนะบรรจุเดิมหรือภาชนะที่ปิดมิดชิด ปลอดภัยรวบรวมและนำไปไว้ที่จุดทิ้งขยะอันตราย ส่วนขยะทั่วไป ให้เก็บรวบรวมใส่ถุงที่มีความเหนียวทนทาน ไม่ฉีกขาดง่ายไม่รั่วซึม และมัดปากถุงให้แน่น ทิ้งลงถัง ปิดฝามิดชิด

“ขณะทำความสะอาดควรสวมถุงมือหน้ากากปิดจมูกและปากป้องกันทุกครั้ง ส่วนวิธีขจัดตัวไรฝุ่นและสารก่อภูมิแพ้จากตัวไรฝุ่นภายในห้องนอนและภายในบ้านนั้น ให้หมั่นทำความสะอาด ปัดกวาดเช็ดถูบ้านเป็นประจำ และควรซักผ้าปูที่นอน ปลอกหมอน มุ้ง ผ้าห่ม และพรมเช็ดเท้า ทุก 1-2 สัปดาห์ จะช่วยลดสารก่อภูมิแพ้ นอกจากนี้ ประชาชน ต้องหมั่นดูแลความเป็นระเบียบเรียบร้อยและรักษาความสะอาดพื้นที่รอบบ้านอย่างสม่ำเสมอ เพื่อลดอุบัติเหตุและการสะสมของเชื้อโรค ยุง หนู และแมลงสาบ ที่เป็นพาหะนำโรคไข้เลือดออกและโรคติดต่อต่าง ๆ ตามมา”นพ.ดนัยกล่าว

Categories: News